Exclusive Interview

 

เราเริ่มการสัมภาษณ์ด้วยการถามความคิดเห็นจากอาจารย์ถึงการมองประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตของอาเซียน

"ผลจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศจีนและญี่ปุ่นที่กำลังคุกรุ่นอยู่นั้น ผมมองว่าบริษัทญี่ปุ่นขนาดใหญ่หลายบริษัท รวมถึงผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกำลังพิจารณาที่จะย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีนมายังกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่นั้นแม้จะมีกำลังรวมถึงความพร้อมด้านเงินลงทุนที่จะขยายฐานการผลิตไปหลายๆแห่งในอาเซียน แต่ผมมองว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดในสายตานักลงทุนรวมถึงผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ด้วยความพร้อมในหลายๆด้าน" อาจารย์กล่าว

"หลังจากที่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเป็นทางการในปลายปี 2015 กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะมีการลดอัตราภาษีสินค้า ซึ่งผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนรายย่อยเทียร์ 1 และเทียร์ 2 ในญี่ปุ่นที่กำลังมองหาสถานที่ลงทุน สามารถที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังประเทศในอาเซียน จีน อินเดีย และตะวันออกกลางได้ และเป็นการลดต้นทุนด้านการขนส่งให้กับบริษัท"

ทำไมถึงต้องเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตในอาเซียนอาจารย์กล่าวเสริมว่า "ในประเทศไทยมีผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นมาลงทุนอยู่ก่อนแล้วจำนวนมาก มีเครือข่ายและการสนับสนุนในการลงทุนอย่างกว้างขวาง เป็นการง่ายสำหรับบริษัทอื่นๆที่คิดจะเริ่มเข้ามาลงทุน นอกจากนี้สังคมและวัฒนธรรมไทยสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ รวมถึงการดำเนินชีวิตยังมีความคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่น และร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีให้เลือกมากมาย ทำให้การปรับตัวในการทำธุรกิจและใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปได้ง่าย"
 

อาจารย์ยังกล่าวต่อไปว่า "ในอนาคตการลงทุนจากญี่ปุ่นจะเสริมให้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมการผลิตไทยก้าวหน้าผู้ผลิตในประเทศไทยต้องหาความร่วมมือกับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจากญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการพัฒนาการผลิตสินค้าไปอีกขั้น แต่อย่างไรก็ดีในอนาคตประเทศไทยไม่ควรหวังพึ่งพาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเพียงอย่างเดียว ควรมองถึงการขยายการผลิตไปในอุตสาหกรรมอื่นที่เป็นการต่อยอดจากฐานการผลิตเดิมที่มีและสามารถเพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้น อาทิ ชิ้นส่วนอากาศยานและชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์"

"ปัจจุบันวิวัฒนาการด้านการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้มนุษย์มีอายุยืนยาวมากขึ้น ครอบครัวชนชั้นกลางก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นการพัฒนาอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์จึงมีความสำคัญในภูมิภาคเอเชีย ประเทศไทยถือว่าเป็นศูนย์กลางการแพทย์และการรักษาเพราะมีแพทย์เฉพาะทางที่มีฝีมือและการบริการที่ดีเยี่ยม

หากจะส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องจะทำให้อุตสาหกรรมเติบโตไปได้ไม่ยาก"

"สำหรับอุตสาหกรรมอากาศยานและชิ้นส่วนนั้น บริษัทผู้ลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ จีอี โบวอิ้ง แอร์บัส และ โรสรอยส์ จากอเมริกาและยุโรป ยังไม่มั่นใจในการผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้ในประเทศจีนและประเทศไทยนั้นมีความได้เปรียบทางด้านที่ตั้งของประเทศแต่การก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตอากาศยานและชิ้นส่วนนั้นมีความท้าทายอยู่หลายประการ แต่โอกาสนั้นยังเปิดกว้างเนื่องจากในประเทศยังมีผู้ที่สามารถผลิตได้ไม่กี่ราย"

 

ศาสตราจารย์ เมกาว่า ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการทำกิจกรรมร่วมกับงานอินเตอร์แมค และซับคอน ไทยแลนด์มาหลายปี และในปีหน้าจะเชิญชวนและนำผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจากประเทศญี่ปุ่นมาเข้าร่วมงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตที่อยู่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานและชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์

"ผู้ที่มาเข้าร่วมงานจะได้โอกาสที่ดีในการพบปะและเจรจาธุรกิจกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย" อาจารย์ย้ำ

"นอกจากการนำผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นมาเข้าร่วมงานแล้วผมจะจัดสัมมนาเชิงวิชาการในหัวข้อสำคัญเรื่องอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานและชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์เป็นภาคต่อจากปีนี้ และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตแม่พิมพ์ขั้นสูงครั้งที่ 3 โดยในครั้งนี้จะเชิญผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากประเทศญี่ปุ่น มาเป็นผู้บรรยายในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของอุตสาหกรรมการผลิตไทย"ศาสตราจารย์ เมกาว่ากล่าวทิ้งท้าย

UBM กระทรวงอุตสาหกรรม Subconthailand Sheetmetalasia BOI Thaisubcon email Subconthailand